ชลบุรี เอฟซี

ก่อตั้ง : พ.ศ. 2540
ฉายา : ฉลามชล
สนาม : วิทยาลัยพลศึกษา ขลบุรี
ความจุ : 12,000 คน
ที่ตั้ง : จังหวัดชลบุรี
ชื่อจดทะเบียน : บริษัท ชลบุรี เอฟ.ซี. จำกัด
สถานที่ติดต่อ : 697/88 ถ.สุรชัย ต.มะขามหย่ง อ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรี 20000
โทรศัพท์ / โทรสาร : 0-3827-8007

ชลบุรี เอฟซี สโมสรฟุตบอลจากภูธรทีมเเรกที่สามารถคว้าเเชมป์ลีกสูงสุดได้หลังจากขึ้นชั้นมาเพียงฤดูกาลที่สองเท่านั้น รวมทั้งเป็นทีมอาชีพโดยสมบูรณ์เเบบทีมเเรกของประเทศ ตั้งเเต่ก่อกำเนิดฟุตบอลขึ้นในประเทศนี้ หลาย ๆ คนอาจคิดว่าชลบุรี เอฟซี ก้าวขึ้นมาเป็นทีมใหญ่อย่างรวดเร็วในยุทธจักรลูกหนังของสยามประเทศ โดยมีนักการเมืองกระเป๋าหนักเป็นเเบ๊คอัพเเล้วใช้เงินซื้อความสำเร็จ เเต่นั่นเป็นเพียงภาพที่เรา ๆ ท่าน ๆ หลายคนเห็นในวันที่มีชลบุรี เอฟซีเเล้ว เเต่ก่อนจะมาเป็นชลบุรี เอฟซี ในวันนี้ ทีมฟุตบอลจากหัวเมืองชายทะเลฝั่งตะวันออกต้องผ่านร้อนผ่านหนาวเเละเบ้าหล่อมาเกือบ 20 ปีเเล้วก่อนจะมีวันนี้ เรามาย้อนดูกันว่า ชลบุรี เอฟซี มีที่มาอย่างไร

รากฐานของชลบุรี เอฟซี เริ่มมาจากโรงเรียนอัสสัมชัญ ศรีราชา โรงเรียนประจำที่ขึ้นชื่อลือชามาช้านาน ในปี พ.ศ.2534 โดยศิษย์เก่าของโรงเรียนอย่างคุณอรรณพ สิงห์โตทอง,คุณธนศักดิ์ สุระประเสริฐ และ คุณวิทยา-สนธยา แห่งตระกูล “คุณปลื้ม” ตระกูลทรงอิทธิพลในจังหวัดชลบุรี ซึ่งทั้งหมดนี้คลั่งไคล้ในกีฬาลูกหนังมาตั้งเเต่เด็ก เเละมีเเนวคิดที่ตรงกันคืออยากสร้างทีมฟุตบอลจังหวัดชลบุรีขึ้นมา ซึ่งนั่นถือเป็นจุดเริ่มต้นในการที่ทำให้ชายที่ชื่อ อรรณพ สิงห์โตทอง กลายเป็นตัวจักรสำคัญในการก่อร่างสร้างชลบุรี เอฟซี ขึ้นมาโดยที่เขาก็ไม่ได้คาดคิดว่ามันจะก้าวไปเลยจากที่เขาฝันเอาไว้มาก

ชลบุรี เอฟซีในระยะฟักตัวในคราบของทีมอัสสัมชัญ ศรีราชา โดยใช้นโยบายการบริหารทีมเเบบ “สร้างทีม” มากกว่าการ “ทำทีม” โดยหยิบยื่นโอกาสให้กับเด็กจากบ้านนอกคอกนาที่มีใจรักในศาสตร์ลูกหนังได้เข้ามาเรียนเเละฝึกศาสตร์ชนิดนี้ให้เชี่ยวชาญควบคู่ไปกับการศึกษาทางด้านวิชาการในโรงเรียนระดับเเนวหน้าของประเทศ  ทำให้ทีมโรงเรียนอัสสัมชัญ ศรีราชา เป็นทีมที่ระดมไปด้วยนักเตะระดับเยาวชนที่มีความสามารถ เเละภายในปีเดียวตั้งเเต่ อรรณพ เข้ามาบริหารทีมโรงเรียน ผลสำเร็จก็เริ่มมาสู่อัสสัมชัญ ศรีราชา ด้วยการคว้าเเชมป์ การแข่งขันฟุตบอลนักเรียนกรม พลศึกษา รุ่น 18 ปี ข ในปี พ.ศ. 2535 นับตั้งเเต่นั้นมาทีมฟุตบอลโรงเรียนอัสสัมชัญ ศรีราชา ก็ก้าวขึ้นมาสร้างชื่อในยุทธจักลูกหนังขาสั้นได้อย่างเต็มภาคภูมิภายใต้การบริหารเเละดูเเลของกลุ่มชลบุรี โดยมี อรรณพ เป็นหัวหอกสำคัญ ซึ่งความสำเร็จของอัสสัมชัญ ศรีราชา ก็ได้ส่งผ่านมาที่โรงเรียนจุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย  ในเวลาต่อมาที่กลุ่มชลบุรีได้ก้าวเข้ามาช่วยบริหารทีม

ต่อมาช่วงราวปี พ.ศ. 2540 ทีมฟุตบอลอัสสัมชัญ ศรีราชา ได้ย้ายผู้เล่นมาผนวกรวมกับทีมสโมสรสันนิบาตสมุทรปราการ โดยทางกลุ่มชลบุรี ได้เข้าไปทำการเทคโอเวอร์ทีมสโมสรสันนิบาตสมุทรปราการ เพื่อให้ได้สิทธิ์ในการลงเล่นในการเเข่งขันดิวิชั่น 1 ในสมัยนั้นโดยได้เปลี่ยนมาใช้ชื่อว่า “สโมสรฟุตบอลชลบุรี-สันนิบาตสมุทรปราการ ” หรือชื่อที่นิยมเห็นผ่านสื่อในสมัยนั้นว่า ทีมชลบุรี-สันนิบาต สป ซึ่งในช่วงนั้นทีมจังหวัดใกล้เคียงที่เกิดมาพร้อม ๆ กันคือทีม ระยองราชพฤษ์ โดยทีมชลบุรี-สันนิบาตสมุทรปราการ ได้เข้าร่วมเเข่งขันฟุตบอลดิวิชั่น 1 โดยทำอันดับได้ดีที่สุดในฤดูกาลที่ 2 ที่ลงเเข่งขันได้ได้รองเเชมป์ ในฤดูกาลนั้น โดยเเชมป์ตกเป็นของทีมฟุตบอลธนาคารกรุงเทพพาณิชยาการ

จวบจบปี พ.ศ.2542 ได้มีการก่อตั้ง “โปรวินเชียลลีก” หรือนิยมเรียกกันว่า “โปรลีก” ทางกลุ่มชลบุรีจึงได้จัดตั้ง สโมรสรฟุตบอลชลบุรี  เพื่อเข้าร่วมการเเข่งขันโดยได้นำผู้เล่นจากทีมฟุตบอลโรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา และทีมฟุตบอลโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย ชลบุรี มาลงเล่นในนามของ “สโมสรฟุตบอลชลบุรี”  ส่วนทีมสโมสรฟุตบอลชลบุรี-สันนิบาตสมุทรปราการ ก็ยังคงเข้าร่วมการเเข่งขันดิวิชั่น 1 อยู่เหมือนเดิม ซึ่งนับเป็นการเเยกกันของทั้งสองทีม เเละเป็นต้นกำเนิดของชลบุรี เอฟซี เเละ ศรีราชา เอฟซี ในเวลาต่อมา โดยการโลดเเล่นในโปรวินเชียลลีก ในฤดูกาลเเรก ๆ ของชลบุรีไม่ง่ายนัก เพราะยังใหม่เเละต้องเจอกับคู่เเข่งที่น่ากลัวในสมัยนั้นไม่ว่าจะเป็น สุพรรณบุรี  ทีมเงินถุงเงินถังในเวลานั้น ศรีสะเกษ ยอดทีมจากเเดนอีสาน หรือเเม้กระทั่ง นครปฐม ซึ่งเเต่ละทีมล้วนใช้วิธีการดึงนักเตะมีดีกรีมาร่วมทีม เเต่ชลบุรีกลับสวนกระเเสใช้นักเตะเยาวชเข้าสู้ โดยยังคงนโยบายที่ว่า สร้าง มากกว่า ซื้อ

จนกระทั่งปี พ.ศ.2545 ทีมชลบุรีเริ่มทำอันดับได้ดีขึ้นในการเเข่งขันเเบบเเบ่งสาย เเละในฤดูกาลต่อ ๆ มา ทีมก็เริ่มเเข็งเเกร่งขึ้นเรื่อย พร้อมทั้งขยับจากทีมไม้ประดับมาสู่การเป็นทีมที่มีโอกาสลุ้นเเชมป์มากยิ่งขึ้น จนในปี พ.ศ. 2546 จบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 3 เเละในอีก 2 ฤดูกาลต่อมาคือใน พ.ศ. 2548 อันเป็นปีที่สมาคมฟุตบอลเเห่งประเทศไทยมีนโยบายในการรวมลีกให้เป็น 1  เดียวกันเเละจัดระเบียบการเเข่งขันฟุตบอลถายในประเทศเสียใหม่โดยชลบุรีได้สิทธิ์ในการเข้าร่วมเเข่งขัน ไทยเเลนด์พรีเมียร์ลีก ครั้งเเรก ในฐานะเเชมป์โปรวินเชียลลีก ซึ่งนับเป็นความสำเร็จในก้าวเเรกของชลบุรี เอฟซี ซึ่งในปีเดียวกันนี้ ทีมชลบุรีได้ลงเเข่งขันในรายการ ฟุตบอลควีนส์คัพ ในนามของ สโมสรราชประชา ด้วยเเละได้มีโอกาสเข้าร่วมการเเข่งขันในระดับนานานชาติ ในรายการ สิงคโปร์คัพ และได้ผ่านเข้ารอบสุดท้าย โดยจบผลงานด้วยตำเเหน่งรองเเชมป์ โดยเเชมป์คือ สโมสรฟุตบอลทัมปิเนสโรเวอร์

ฤดูกาลเเรกในลีกสูงสุด ชลบุรีต้องพยายามปรับตัวเเละมีการเสริมทีม รวมทั้งการบริหารจัดการต่าง ๆ ให้เป็นไปอย่างมีระบบมายิ่งขึ้น เเละผลงานของฤดูกาลเเรกบนลีกสูงสุดของประเทศในปีพ.ศ.2549 จบลงด้วยอันดับที่ 8 จากทีมที่เข้าร่วมการเเข่งขันทั้งสิ้น 12 ทีม ซึ่งนับว่าเป็นผลงานที่น่าพอใจทีเดียวในขณะที่ทีมอย่างสุพรรณบุรีที่มาจากโปรลีกด้วยกันกับจบลงที่อันดับบ๊วยของการเเข่งขัน โดยเเชมป์ในฤดูกาลนี้ตกเป็นของทีม มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

ฤดูกาลที่สองของทีมชลบุรี เป็นฤดูกาลที่น่าจดจำสำหรับเเฟนบอลของทีมเพราะเพียว 1 ฤดูกาลของการเลื่อนชั้นขึ้นมาร่วมการเเข่งขันในลีกสูงสุดของประเทส พวกเขาก็สามารถที่จะคว้าเเชมป์ลีกสูงสุดมาครองได้ในการเเข่งขันไทยเเลนด์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลที่ 2 ประจำปีพ.ศ. 2550 สร้างปรากฏการณ์ใหม่สำหรับวงการลูกหนังในประเทศไทยกับทีมภูธรที่ก้าวขึ้นมาคว้าเเชมป์ได้ เเละหลังจากนั้นพวกเขาก็ไม่เคยจบฤดูกาลด้วยอันดับต่ำกว่าอันดับ 3 อีกเลย

ในปี พ.ศ.2551 สโมสรฟุตบอลชลบุรีได้จดทะเบียนสโมสรให้อยู่ในรูปของบริษัทนิติบุคคล โดยใช้ชื่อ บริษัท สโมสรฟุตบอลชลบุรี จำกัด พร้อมกับจดลิขสิทธิ์ฉายา ฉลามชล และโลโก้ปลาฉลามของสโมสรด้วย ซึ่งบริษัทได้เข้ามาทำหน้าที่อย่างเต็มตัวในการแข่งขันไทยแลนด์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลปี พ.ศ. 2552 เป็นต้นมา เเละนับเป็นสโมสรเเรกของประเทศที่เป็นสโมสรอาชีพอย่างเเท้จริง ก่อนที่ ทาง AFC จะประกาศปฏิรูปทีมฟุตบอลในประเทศไทยเสียอีก โดยทำให้ทีมชลบุรี เอฟซีกลายเป็นต้นเเบบการพัฒนาทีมฟุตบอลของทีมอื่น ๆ ให้ยึดเป็นเเบบอย่างในการพัฒนา


ชุดทีมเหย้า ชุดทีมเยือน ชุดทีมเยือน

ชลบุรี เอฟซี

Rank
3
Matches
30
Won
17
Tied
9
Lost
4
Coach
นายจเด็จ มีลาภ
Website
www.chonburifc.net

Last Match

โอสถสภา เอ็ม 150 สระบุรี – ชลบุรี เอฟซี

0. Match Day

1 - 1

About the Author